เมื่อการขีดเขียนบนกระดาษหมดไปจากโลกมนุษย์

เมื่อครั้งสมัยก่อนที่ยังไม่มีกระดาษ มนุษย์เราขีดเขียนตัวอักษรและรูปภาพลงบนแผ่นหิน แผ่นหนังสัตว์ถูกใช้ในการบันทึกแผนที่หรือเรื่องราวที่สามารถพกพาติดตัวไปได้ มือสองข้างของเราบันทึกเรื่องราวลงในแผ่นวัสดุที่ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับขั้นตามการพัฒนาการของมนุษย์

กระดานชนวนที่คนสมัยโบราณใช้หัดเขียนอ่าน มาจนถึงช่วงที่มนุษย์มีกระดาษและน้ำหมึกในการเขียน และบันทึกเรื่องราว

ผ่านยุคของการที่คนเราอ่านเขียนหนังสือบนแผ่นกระดาษมาถึงช่วงของการอ่านตัวหนังสือย้อนแสงจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ยุคสมัยที่หนังสือกระดาษกำลังจะหมดไป

หลังจากนิตยสารรายเดือนรายสัปดาห์หลายฉบับพากันปิดตัวลง เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราเห็นนิตยสารที่คุ้นเคยประกาศว่าฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้ายแล้ว

ร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ที่เคยมีหนังสืออัดแน่นเต็มร้าน กลับแลดูเงียบเหงาผู้คนบางตา ไฟส่องสว่างในร้าน กลับดูทึมแสงลงอย่างน่าใจหาย

วันนี้หากได้แวะเยี่ยมร้านหนังสือร้านใหญ่ที่มีสาขามากมายทั่วประเทศ บางสาขาได้ทยอยปิดตัวลงแล้ว แม้สาขาที่ประคับประคองตัวอยู่ได้ก็มีหนังสือบนชั้นลดลงไปอย่างถนัดตา

หลังจากได้เขียนบทความว่าด้วยเรื่อง Fine Motor Skill คือการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก
คำตอบที่เราค้นหามานานว่า เหตุใดเมื่อตอนอยู่ชั้นประถมหนึ่ง..เราจึงต้องคัดลายมือตามเส้นประ
การถูกจำกัดวงให้เขียนตามลายเส้นความจริงแล้วมีประโยชน์อยู่มากสำหรับเด็กปฐมวัย แม้ในบางโรงเรียนที่ให้อิสระกับเด็กในการขีดเขียนที่ไม่มีเส้นบรรทัดตายตัว

อันที่จริงแล้ว การขีดเขียนในเส้นบรรทัดหรือเส้นประนั้นมีประโยชน์อยู่มากเพราะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กคือกล้ามเนื้อมือและแขนตลอดจนกล้ามเนื้อตาที่จะต้องประสานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี

จากการศึกษาพบว่าเด็กที่พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างต่อเนื่อง สมองส่วนของการคิดคำนวนและจินตนาการจะได้รับการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์

แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการขีดเขียนรูปภาพบนกระดาษนับวันจะหายไปจากชีวิตเด็กยุคใหม่มากขึ้นทุกที

ตุ๊กตากระดาษที่เด็กรุ่นแม่รุ่นย่ายายเคยเล่น เคยวาดตัวตุ๊กตาที่ออกแบบหน้าตาทรงผมด้วยตัวเอง ชุดเสื้อผ้า กระโปรง หมวก ที่มีกระดาษเกี่ยวอยู่ที่ไหล่และหัวของตุ๊กตาคงเป็นตำนานของการเล่นของเด็กยุคก่อนที่เด็กยุคดิจิตอลคงยากที่จะได้พบเห็น

ความอ่อนโยนในการเล่นตุ๊กตากระดาษ จินตนาการของการออกแบบเสื้อผ้าตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย การขีดเขียนรูปจรวดเครื่องบินของเด็กผู้ชาย จินตนาการเหล่านี้หายไปในยุคดิจิตอล ที่เด็กใช้แต่โปรแกรมในการพิมพ์อักษร เลือกฟอนต์แบบต่างๆ การวาดรูประบายสีก็เพียงใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในแอพพลิเคชั่นต่างๆ แม้แต่ตัวเราเองที่เป็นพ่อแม่ เราก็อาศัยการพิมพ์จนแทบลืมการจับปากกา หรือดินสอไปแล้วเช่นกัน

หากในอนาคตข้างหน้าการใช้กระดาษในการขีดเขียนถูกลืมไปจากวิถีชีวิตของมนุษย์ คงเป็นเรื่องที่เราต้องมานั่งพิจารณากันใหม่ว่า พัฒนาการของเด็กในช่วงวัยดังกล่าวที่ขาดหายไปจากการฝึกฝนในการขีดเขียน เด็กยุคหน้าอาจเขียนหนังสือไม่เป็นหากมนุษย์เลือกที่ใช้การพิมพ์อักษรที่ง่ายกว่าและเร็วกว่า

หากการพัฒนาการทางสมองและความคิดมีผลจากการพัฒนา Fine Motor Skill คงเป็นเรื่องที่มนุษย์เราจำเป็นต้องกลับมาย้อนมองลูกหลานของเราในอนาคตถึงจินตนาการที่ขาดหายไปเหมือนเรื่องเล่าบนกระดาษที่กำลังจะหมดไปจากโลกมนุษย์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *